WAT : ตั๋วเครื่องบิน


เอากลางๆเลยนะคะ ไม่ใช่อารมณ์ใดๆทั้งสิ้น
ไม่ได้อยากระบาย แต่เขียนให้เป็นประสบการ์
เผื่อคนผ่านไปผ่านมา หรือเซิร์จเจอ จะได้อ่านเป็นอุทาหรณ์ บู๊ววว บู๊ววว กันไป


เรื่องงาน ผ่านไปแล้ว ยอมรับว่าเราผิดเอง ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
บวกกันเงื่อนไขเยอะ มีสามคน ชายหนึ่ง หญิงสอง อ่ะ ก็คนละเพศแระ
ว่ายน้ำไม่เป็นอีกสอง อ่ะ นี่ก็อีก
ไม่อยากเป็นเฮ้าส์อีก อ่ะ แล้วก็อยากเที่ยวนิวยอร์ก
ห้าห้า ดีมานเยอะสุดๆ ก็นั่นแร่ะ
สรุปมาลงตัวที่พนักงาน six flags , NJ
สัมภาษณ์งานผ่านเรียบร้อย อ่ะ จบไป


สัมภาษณ์วีซ่าผ่านเรียบร้อยอีก อ่ะ จบไป


มาถึงเรื่องตั๋วเครื่องบิน
ก็ตกลงกันแล้วว่า จะแวะ stop over เที่ยวญี่ปุ่นขากลับ
เพราะเพื่อนมี host family อยู่ แล้วก็จะได้ไป hang out กะเพื่อนญี่ปุ่นด้วย

ตอนนั้นก็หาข้อมูล (ประมาณเดือน ธันวา)
ว่าจะซื้อกะ acadex (เอเจนซี่ที่จัดการเรื่องworkให้) ดีไม๊
หรือจะซื้อกะ edc (เอเย่นขายตั๋วโดยเฉพาะ) ที่เค้าแนะนำว่าดี ดีกว่า
ตรวจสอบราคาทั้งสองที่ ANA stop ญี่ปุ่น acadex แพงกว่า 1,100 บาท
แต่ถ้าบินกะ acadex กะได้บินเป็น group แล้วมีนายจ้างมารับเลย
เออมันก็สะดวกดีอ่ะนะ จ่ายอีกแค่ไม่เท่าไหร่
เอาอันนี้ก็ได้
ก็ตกลง มัดจำไป 3,000

แล้ว ประมาณ กลางเดือน มกรา ก็มีคนติดต่อมาให้ชำระค่าตั๋วเครื่องบินส่วนที่เหลือก่อนวันที่ 29 ม.ค
จะได้สิทธิ์ลุ้นบินฟรี
อ่ะ ไหนๆ ก็จะต้องจ่ายอยู่แล้ว จ่ายตอนนี้ตอนไหนก็เหมือนกัน

ก็จ่ายไปครบราคาตั๋วที่จองไว้

ความจริงก็ เอะใจ แล้วล่ะ ว่า ตั๋วเครื่องบินมันได้รึยังวะ ไม่เห็นมีหลักฐานอะไรเลย
แต่ก็มั่นใจว่า คงจองได้แร่ะน่า บริษัทออกจะใหญ่
ยอมรับความผิดเลย มันเป็นความคิดเองเออเองของเรา อย่างเดียวเลย
เพื่อนชอบหาว่าคิดมาก
เป็นไงล่ะ พอกรูไม่คิด ก็ออกมาเป็นงี้
อยากจะบอกว่า เรื่องอย่างงี้ ต้องคิดให้มากๆ ดูให้ดีๆ ตรวจสอบให้แน่ใจไปเลย
มันไม่ใช่เรื่องของความคิดม่งคิดมากอะไรทั้งนั้นแร่ะ เรียกว่ารอบคอบดีกว่า

เมื่อวาน 16 กุมภา (บอกไว้ก่อนว่าบินไปทำงาน 17 มีนา)
อีกหนึ่งเดือนก่อนบิน
เพื่อนโทรมาบอกว่า คนที่acadex โทรมาบอกว่าตั๋วเครื่องบินไม่ได้
ถ้าได้ก็ต้องจ่ายเพิ่ม เป็น 51,000
ไม่งั้นก็ไปของ EVA ในราคา 40,500
ซึ่ง โมโหมากอ่ะ ตอนนั้น
เอากันอย่างงี้เลยเหรอ ใช้เงินแก้ปัญหาชัดๆ แล้วเป็นปัญหาที่เราไม่ได้ก่อด้วย
ถ้าป่านนี้ซื้อกะ edc ไปเลย ก็จบแล้ว เพราะเค้าบอกว่าถ้าตกลงซื้อ ก็จะออกตั๋วให้เลย
อุตส่าห์ไว้ใจ acadex ซึ่ง หารู้ไม่ ว่า ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเลย

ก็ตกลงกะเพื่อนเรียบร้อยแล้วว่า เราจะไม่จ่ายแน่นอน ตั้ง ห้าหมื่น
แต่เราก็ไม่อยากไปไทเป
โทรไปที่ acadex บอกว่าจะทำไง
เค้าก็บอก มี korean แวะเกาหลี 45,000 นิดๆ
เราก็ เออ เอาอันนี้ก็ได้ ไปเกาหลีก็ได้

อ่ะ ถึงตรงนี้ เรียกว่า ภาระมาตกอยู่ที่เราแล้วนะ
จะเรียกว่ากรรม ก็ได้มั้ง
กรรมที่เรา ซื่อ ถึงขั้นโง่ ว่าไม่ยอมตามจิกตั๋วตั้งแต่แรก ก่อนจะโอนเงินไป
ภาระที่ว่าก็คือ เงินที่เราต้องจ่ายเพิ่ม
ทั้งๆที่ ถ้าซื้อจริงๆตอนเดือน มกรา ในวันที่เราตัดสินใจจะซื้อตั๋วกัน
ราคาตั๋วของ korean ก็แค่ 40,000 เท่านั้นเอง

อืม นอกจากจะต้องแยกกับเพื่อนไม่ได้เที่ยวด้วยกัน
กับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นมา
ปัญหายังไม่จบ

ปัญหาที่ว่าก็คือ การที่เรายังไม่ได้ตั๋ว
คือเราตกลงไปว่า เรายอมไป korean ก็ได้นะ
แต่ถึงตอนนี้เราก็ยังไม่ได้ตั๋วนี่นา
มันก็เหมือนกะตอนที่เราตกลงจะไปของ ANA นั่นแร่ะ
โอนเงินทั้งหมดไปแล้ว สุดท้ายตั๋วก็ไม่ได้

การทำงานเค้าเป็นยังไงเราไม่รู้นะ
แต่ตั๋วเครื่องบินมันออกได้ก่อนจ่ายเงินไม่ใช่เหรอ

เรากำลังสงสัยว่าเค้าแค่ตรวจราคาจากเอเย่นขายตั๋ว แล้วก็บอกเรา
โดยยังไม่ได้เช็คสถานะ available ของตั๋วเลยด้วยซ้ำ

ความจริงเราจะไปซื้อตั๋วกะที่อื่นก็ได้
ราคาไม่ต่างจากที่เค้าหาตั๋วมาให้หรอก
แต่นั่นมันก็จะมีปัญหาตามมาอีกคือ เราจะเอาเงินค่าตั๋วที่จ่ายไปคืนได้ไม๊ล่ะ
เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ไม่ได้

จะโทษใคร ก็โทษตัวเอง ไม่ตรวจให้ดี ก่อนโอนเงิน
เพราะฉะนั้น จำไว้เลยนะคะ
ก่อนโอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินไปให้ agency หรือ agent ขายตั๋วก็แล้วแต่
ต้องเห็นสถานะการ confirmed ในการจองตั๋วที่เป็นชื่อเรา ซะก่อน

อ่ะ โทรไปครั้งแรก ตอนเที่ยง พี่ที่รับผิดชอบไม่อยู่
อ่ะ โทรไปอีกครั้ง ตอนบ่ายสอง รู้ไม๊ว่าเค้าตอบเราว่าอะไร
"น้องคะ เดี๋ยวพี่จะติดต่อกลับไปเองนะคะ"
โหย ตอนนั้นเราปรี๊ดดดมาก
เอ้า นี่ไม่ใช่ว่า+++รอให้เมิงติดต่อมาเหรอ ตั๋ว+++ถึงเป็นแบบนี้

เพราะฉะนั้น อย่ารอค่ะ
อย่าได้แคร์ค่ะ ว่าเค้าจะต้องมานั่งรับโทรศัพท์เรา
เค้าจะมีงานอย่างอื่นต้องทำรึป่าว
นี่แร่ะค่ะ งานของเค้า และเราเป็นคนเสีย และเสีย ลูกเดียว
ถ้าเรามัวแต่ไปเกรงใจเค้า
ใครจ่ายเงินเพิ่ม ก็เรา
ใครไม่ได้ตั๋วอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็เรา
เค้าเสียอะไรคะ ไม่มี เงินก็เรียกคืนจากเค้าไม่ได้ค่ะ
บริษัทพวกนี้มันเซฟตัวเองไว้อยู่แล้ว ถึงขึ้นศาล ฟ้องร้องก็เหนื่อยป่าว

เพราะฉะนั้น ที่เราทำได้ก็คือ เรียกร้องในสิทธิ์ให้เต็มที่ค่ะ
โทรไปเลยค่ะ เรื่องของเราไปถึงไหนแล้ว
เห็นแก่ตัวเข้าไว้ อย่าไปสนใจว่าเค้า เพราะเค้าไม่เคยสนใจเราอยู่แล้ว

สุดท้ายเราเลยถามเค้าว่า
"แล้วพี่จะติดต่อมา เมื่อไหร่ ล่ะคะ"
น้ำเสียงเราไม่ได้แสดงความโกรธหรือโมโหเลยค่ะ
แค่ที่ถามนี่ต้องการให้เค้าคิดให้ได้เท่านั้นเองว่า
สิ่งที่เค้าเคย ให้เรารอการติดต่อจากเค้า นี่แร่ะ
มันคือต้นเหตุที่ทำให้เราต้องทำตัวเองวุ่นวาย และเค้าก็ต้องวุ่นวายกะเรา ในตอนนี้

ปลายเสียง ตอบมาว่า "วันนี้แร่ะค่ะ"
เราเลยบอก "โอเคค่ะพี่"
แล้ววางสาย

เราทำอะไรได้คะ นอกจากรอ
แล้วถ้าวันนี้ไม่ได้ ทำอะไรได้อีกค่ะ
โทรไปด่า แล้วก็รอ เหมือนเดิม
แล้วหลังจากนั้นถ้าไม่ได้ทำไงคะ
จ่ายเงินลูกเดียวสิคะ
ตั๋วน่ะมันมีอยู่แล้ว แค่ราคาไหนเท่านั้นเอง

มาวัดกันดูละกัน ว่าบริษัทเด๋วนี้เค้าทำงานกันยังไง
ความรับผิดชอบ มีอยู่ในสมองบ้างรึป่าว

เราได้รับผิดชอบในส่วนของเราแล้ว
นั่นคือการต้องจ่ายเงินเพิ่ม

แต่เค้าล่ะ รับผิดชอบอะไร????
ไม่เลยค่ะ แค่เค้าต้องรับ "เรา" ให้ได้เท่านั้น

หน้าที่"โคตร"จะง่ายเลย ว่าไม๊

มันอาจจะไม่ใช่ความผิดของเค้าที่ตั๋วมันมีปัญหา
แต่ความผิดของเค้าก็คือ เค้าเอาเงินของเราไปแล้ว
โดยที่ตั๋วยังไม่ได้ confirm
เวลาเราผ่านเค้าว่าตั๋วได้รึยัง เค้าก็จะตอบเลี่ยงๆ
ให้เราเข้าใจไปก่อนว่า ตั๋วได้แน่ๆ
ไม่น่าหลอกกันเลยค่ะ น่าจะบอกกันก่อน
เราก็โง่ให้เค้าหลอก
ด้วยความไม่รู้ประสาอะไร

ตั๋วน่ะได้แน่ๆ แต่ราคาแพงหน่อยนะจ๊ะ หนูๆ
ในเมื่อหนูมาอยู่ในกำมือพี่แล้ว
จะบีบก็ตาม จะคายก็ตายจ้ะ

Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic